น้ำหอมราคาไม่เกิน 3,000 บาท

น้ำหอมราคาไม่เกิน 3,000 บาท

น้ำหอมคืออะไร

น้ำหอมราคาไม่เกิน 3,000 บาท น้ำหอม (Perfume) คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทาร่างกายเพื่อให้มีกลิ่นหอม น้ำหอมทำมาจากน้ำมันหอมระเหย ที่สกัดจากพืช ดอกไม้ ผลไม้ หรือสมุนไพรต่างๆ ผสมกับตัวทำละลาย เช่น เอทิลแอลกอฮอล์ น้ำ หรือน้ำมันพืช

น้ำหอมแบ่งออกเป็นหลายประเภท ตามปริมาณน้ำมันหอมระเหยที่ใช้ ได้แก่

  • Eau de Parfum (EDP) มีน้ำมันหอมระเหย 15-20% ติดทนนาน 6-8 ชั่วโมง
  • Eau de Toilette (EDT) มีน้ำมันหอมระเหย 8-15% ติดทนนาน 4-6 ชั่วโมง
  • Eau de Cologne (EDC) มีน้ำมันหอมระเหย 4-8% ติดทนนาน 2-4 ชั่วโมง
  • Eau Fraiche (EF) มีน้ำมันหอมระเหย 1-3% ติดทนนาน 1-2 ชั่วโมง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาน้ำหอม น้ำหอมราคาไม่เกิน 3,000 บาท

ราคาของน้ำหอมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่

  • ปริมาณน้ำมันหอมระเหยที่ใช้: น้ำหอมที่มีน้ำมันหอมระเหยมาก จะมีราคาแพงกว่าน้ำหอมที่มีน้ำมันหอมระเหยน้อย
  • แบรนด์: น้ำหอมจากแบรนด์ดัง จะมีราคาแพงกว่าน้ำหอมจากแบรนด์ที่ไม่ดัง
  • แหล่งผลิต: น้ำหอมที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพสูง จากประเทศต้นกำเนิด จะมีราคาแพงกว่าน้ำหอมที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพต่ำ จากประเทศอื่น
  • บรรจุภัณฑ์: น้ำหอมที่มีบรรจุภัณฑ์สวยงาม มีดีไซน์หรูหรา จะมีราคาแพงกว่าน้ำหอมที่มีบรรจุภัณฑ์เรียบง่าย

น้ำหอมราคาไม่เกิน 3,000 บาทคุณภาพดี คุ้มค่า

ปัจจุบันมีแบรนด์น้ำหอมมากมายที่ผลิตน้ำหอมคุณภาพดี ในราคาไม่แพง ให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไทยหรือแบรนด์ต่างประเทศ ตัวอย่างน้ำหอมราคาไม่เกิน 3,000 บาท ที่ได้รับความนิยม ได้แก่

  • แบรนด์ไทย
    • Dusita: น้ำหอมกลิ่นหอมหวาน อบอุ่น ให้ความผ่อนคลาย เช่น Dusita Eau de Parfum, Dusita Fleur de Lalita
    • Sretsis: น้ำหอมกลิ่นหอมสดชื่น มีชีวิตชีวา เช่น Sretsis Eau de Parfum, Sretsis Eau de Toilette
    • Benjarong: น้ำหอมกลิ่นหอมหรูหรา สง่างาม เช่น Benjarong Eau de Parfum, Benjarong Eau de Toilette
  • แบรนด์ต่างประเทศ
    • Yves Rocher: น้ำหอมกลิ่นหอมสดชื่น ดอกไม้ ผลไม้ เช่น Yves Rocher Mon Jardinier, Yves Rocher Mon Jardin Privé
    • The Body Shop: น้ำหอมกลิ่นหอมสดชื่น ธรรมชาติ เช่น The Body Shop White Musk, The Body Shop Japanese Cherry Blossom
    • Burberry: น้ำหอมกลิ่นหอมหรูหรา คลาสสิก เช่น Burberry Brit, Burberry London

ในการเลือกซื้อน้ำหอมราคาไม่เกิน 3,000 บาท ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • กลิ่นที่ชอบ: เลือกกลิ่นที่ตนเองชอบ และเหมาะกับบุคลิกของตนเอง
  • โอกาสที่ใช้: เลือกกลิ่นที่เหมาะสมกับโอกาสที่จะใช้ เช่น กลิ่นหอมหวาน สดชื่น เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน กลิ่นหอมหรูหรา เหมาะกับงานสำคัญ
  • ปริมาณ: เลือกปริมาณที่เหมาะสมกับการใช้งานของตนเอง เช่น น้ำหอมขนาด 50 มิลลิลิตร สามารถใช้ได้นานประมาณ 2-3 เดือน

เคล็ดลับการเลือกซื้อน้ำหอมให้คุ้มค่า

นอกจากการพิจารณาปัจจัยต่างๆ ข้างต้นแล้ว ยังมีเคล็ดลับง่ายๆ ในการเลือกซื้อน้ำหอมให้คุ้มค่า ดังนี้

  • ซื้อน้ำหอมในช่วงลดราคา: แบรนด์น้ำหอมชั้นนำมักมีโปรโมชั่นลดราคาน้ำหอมอยู่เป็นประจำ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อน้ำหอมในราคาประหยัด
  • ซื้อน้ำหอมจากแหล่งจำหน่ายที่เชื่อถือได้: เพื่อป้องกันการซื้อน้ำหอมปลอม หรือน้ำหอมที่ไม่ได้คุณภาพ
  • ลองฉีดน้ำหอมก่อนซื้อ: ฉีดน้ำหอมที่ข้อมือหรือบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อทดสอบกลิ่นและติดทนนานหรือไม่

บทสรุป

น้ำหอมราคาไม่เกิน 3,000 บาทในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายแบรนด์ กลิ่นหอม คุณภาพดี คุ้มค่า ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคน การเลือกซื้อน้ำหอมให้คุ้มค่า ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ข้างต้น และเคล็ดลับง่ายๆ ในการเลือกซื้อน้ำหอมให้คุ้มค่า

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : http://perfumenow.co/